สหรัฐเตรียมขึ้นภาษีนำเข้าเหล็ก-อลูมิเนียม

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันว่าสหรัฐจะขึ้นภาษีเหล็กและอลูมิเนียมที่นำเข้าจากต่างประเทศ ความเคลื่อนไหวที่วุฒิสภาเตือนว่า ภาคการเกษตรของอเมริกาจะได้รับผลกระทบจาก “มาตรการเอาคืน” ของประเทศคู่ค้า สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดี ว่าเพื่อปกป้องผู้ประกอบการในประเทศและเพื่อลดความเสียเปรียบทางการค้าของสหรัฐ

เขาจะลงนามตามมาตรา 232 ของกฎหมายการค้าฉบับปี 2505 ขึ้นภาษีนำเข้าผลิตภัณฑ์เหล็ก 25% และการขึ้นภาษีนำเข้าผลิตภัณฑ์อลูมิเนียมอีก 10% โดยในส่วนของรายละเอียดจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการในสัปดาห์หน้า ทั้งนี้ ผู้นำสหรัฐไม่ได้กล่าวอย่างชัดเจน ว่ามาตรการขึ้นภาษีดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้เมื่อใด เป็นระยะเวลานานเท่าใด และมีผลกับประเทศใดบ้าง แต่ปัจจุบันสหรัฐนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมจากแคนาดามากที่สุดในสัดส่วน 16% ตามด้วยจีน บราซิล และเกาหลีใต้ ซึ่งนางคริสเตีย ฟรีแลนด์ รมว.กระทรวงการต่างประเทศแคนาดา กล่าวว่าหากรัฐบาลวอชิงตันบังคับใช้มาตรการเช่นนั้นจริง รัฐบาลออตตาวาจะบังคับใช้มาตรการของตัวเอง เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของแคนาดา ด้านสมาคมเหล็กยุโรป ( อีเอสเอ )  ออกแถลงการณ์ประณามสหรัฐเป็นฝ่ายจุดชนวนสงครามการค้าระดับโลกครั้งใหม่ และประเมินการส่งออกสินค้าเหล็กจากยุโรปไปยังสหรัฐอาจลดลงไม่ต่ำกว่า 50% ขณะที่นายฌอง-โคลด ยุงเกอร์ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ( อีซี ) กล่าวว่าจะมีมาตรการตอบโต้ตามขั้นตอนทางกฎหมายระหว่างประเทศ ส่วนจีนยังไม่แสดงท่าทีต่อคำกล่าวล่าสุดของทรัมป์ แต่เคยเตือนว่ารัฐบาลปักกิ่งจะไม่มีทางเพิกเฉยต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
 
อย่างไรก็ตาม คณะกรรมาธิการด้านเกษตรกรรมของวุฒิสภาสหรัฐออกแถลงการณ์เตือนทรัมป์ ว่าภาคการเกษตรของประเทศมีแนวโน้มได้รับผลกระทบมากที่สุดจากมาตรการขึ้นภาษีเหล็กและอลูมิเนียมในครั้งนี้ เนื่องจากเมื่อช่วงต้นเดือนนี้กระทรวงพาณิชย์ของรัฐบาลปักกิ่งประกาศสอบสวนการทุ่มตลาดและอุดหนุนราคาข้างฟ่าง “อย่างไม่เป็นธรรม” ของสหรัฐ และก่อนหน้านั้นเตือนเรื่องมาตรการจำกัดการนำเข้าถั่วเหลืองจากอเมริกาแล้ว. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews